Fillets The Portico Langsuan

ได้ยินชื่อเสียงร้าน Fillets มาตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ๆ ด้วยความโด่งดังของเชฟแรนดี้ ชัยชัช นพประภา ที่สั่งสมประสบการณ์การทำอาหารจากประเทศอเมริกามาหลายสิบปี


Fillets The Portico Langsuan
ที่ตั้ง: 3rd Fl., The Portico Langsuan, Patumwan Bangkok 10330
Website : Fillets The Portico Langsuan

ได้ข่าวว่าเชฟเคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับเชฟระดับโลกหลายท่านรวมถึง เชฟ Hide Yamamoto และ เชฟ Masaharu Morimoto ผู้รั้งตำแหน่งเชฟกระทะเหล็กอเมริกาอีกด้วย ซึ่งทำให้สไตล์ซูชิของเชฟแรนดี้นั้นเป็นแบบร่วมสมัย มีการดัดแปลง เติมแต่ง และใช้วัตถุดิบแปลกใหม่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์น่าสนใจ สร้างความตื่นตาให้คนทานได้อยู่เสมอ ได้ยินอย่างนี้แล้วแน่นอนว่าเราเองก็ต้องไม่พลาดที่จะแวะไปลองชิม

Fillets ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ตึก Portico Langsuan ร้านบรรยากาศเรียบหรูดูทันสมัย ด้านนอกมีโต๊ะนั่งสบายในโซน dining room มีที่นั่งนิดหน่อยที่ซูชิบาร์ด้านนอก แต่หากคุณมาทานอาหารแบบ Omakase ก็จะมีห้องอีกห้องแยกเข้าไปด้านในโดยเฉพาะ ส่วนของบาร์ที่เสิร์ฟ Omakase นั้นจะเป็นเคาน์เตอร์ยาว มีราวแปดที่นั่งเท่านั้น เชฟรับลูกค้าเพียงวันละหนึ่งรอบ

ที่น่าสนใจคือแม้ที่นี่จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่การตกแต่งก็ยังมีความเป็นญี่ปุ่นอยู่ แต่ปรับบรรยากาศให้ทันสมัยวัยรุ่นโดยเพลงที่ร้านเปิดนั้นจะเป็นแนวสมัยใหม่ จังหวะเร้าใจ บาร์ของที่นี่ดูยิ่งใหญ่อลังการมากเพราะนอกจากที่นี่จะดังเรื่องอาหารแล้วยังมีชื่อเสียงในเรื่องดริงค์ด้วย คุณปิง beverage director ของที่นี่มีดีกรีเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน Mixologist 2012 อีกด้วย จึงไม่แปลกเลยที่ค็อกเทลของที่นี่จะสร้างสรรค์แปลกใหม่รสชาติดีทำให้ใครๆ ติดอกติดใจจนต้องแวะเวียนมาดื่มกันเป็นประจำทำให้ที่ร้านมีบรรยากาศคึกคักทุกค่ำคืน อย่างวันนี้เราก็ได้ชิมค็อกเทลสุดอร่อยสามรายการด้วยกันคือ RYOKAN HOSPITALITY - Sake & Japanese Matcha รสชาติคล้าย Matcha Latte (300B) หอมอร่อยนุ่มเนียน ถูกใจสาวๆ กันสุดๆ GIN & HOUSEMADE TONIC (350B) และ SAKURA VESPER - James Bond style Martini with Sakura Blossom (390B) เชฟแรนดี้กับคุณปิงเองก็ให้ความเป็นกันเองกับลูกค้าทุกท่านและใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ เป็นอย่างมาก โดยทางเชฟมองว่าอยากให้อาหารออกมาสไตล์ Modern Japanese Comfort คือแม้จะร่วมสมัยแต่ก็ทานง่ายเข้าถึงได้ในวงกว้าง และให้ตัวร้าน Fillets เป็นที่ที่มาทานกันแบบครื้นเครง ร่วมกันดื่มด่ำกับซูชิอร่อยๆ ในบรรยากาศชิลๆ สังสรรค์กันได้อย่างสบายอกสบายใจแบบไม่ต้องนั่งเกร็งทำตัวเป็นทางการเหมือนร้านญี่ปุ่นอีกหลายๆ ร้าน ส่วนคุณปิงเองก็พร้อมจะชงค็อกเทลรสเยี่ยมและอธิบายประวัติที่มาที่ไปของแต่ละแก้วอย่างสนุกสนานทำให้นอกจากจะได้ลิ้มรสดริงค์สุดอร่อยแล้วยังได้ความรู้กันเต็มเปี่ยม เรียกว่าบรรยายเรื่องที่มาของ Gin & Tonic อย่างเดียวก็ลากยาวกลับไปถึงสมัยทหารอังกฤษในยุคล่าอาณานิคมกันเลยทีเดียว

ว่าแล้วก็มาชิมอาหารกันดีกว่า เห็นเมนูแล้วก็รู้สึกว่ามีอาหารหลากหลายละลานตาจนเลือกกันแทบไม่ถูก ขอเริ่มกันด้วยเมนูสุดพิเศษเมนูนี้ BONE MARROW (600B) จานนี้เป็นไขกระดูกวัวอบ ด้านบนโรยมาด้วยหอมแดงทอดกรอบ วาซาบิดอง และ ไข่หอยเม่น มีขนมปัง Brioche แผ่นบางกรอบมาให้ทานคู่กัน จานแรกก็ขโมยใจไปเต็มๆ เพราะไขกระดูวัวนั้นเป็นเมนูที่หาในเมืองไทยได้ยากแสนยาก แถมทำให้อร่อยก็ยาก แต่ที่นี่อบมาได้พอดีเป๊ะ ด้านบนเกรียมเล็กๆ โรยเกลือแต่งรสมาได้พอดีๆ ไม่เค็มจนเกินไป จานนี้เสิร์ฟมาร้อนๆ ตัวไขกระดูกมันๆ ยังมีความเหลวอยู่ พอทานกับหอมซึ่งให้รสหวานและวาซาบิดองที่ให้รสเปรี้ยวเล็กๆ เผ็ดนิดๆ แล้ว มันลงตัวจนบอกไม่ถูก แถมเชฟ ยังมี uni หอมมัน creamy แถมมา ซึ่งรับรองว่าคุณไม่น่าจะเคยเห็นที่ไหนเสิร์ฟไขกระดูกวัวพร้อมกับไข่หอยเม่นมาก่อน พอทานกับ Brioche กรอบๆ นี่เคลิ้มสุดๆ เพราะความนุ่มมันละมุนลิ้น จะตัดกับรสสัมผัสกรุบกรอบ ถือเป็นเมนูที่ชนะเลิศในทุกด้าน ทั้ง concept ทั้ง execution

จานต่อมาเป็น signature ของทางร้านคือเมนู UNI-WA (990B) เมนูนี้เป็นเส้นอูด้งแบบแบนหรือ Inaniwa Udon ผัดกับ uni butter ด้านบนเป็นไข่หอยเม่น เบคอนที่ทางร้านทำเอง เพิ่มความพิเศษด้วยไข่ออนเซนที่พอตัดแล้วไข่แดงก็ไหลเยิ้มเพิ่มความหอมมันเคลือบเส้นอินานิวะจนเงางาม ตัวไข่ออนเซนนี้ผ่านการ sous vide นานราว 45 นาที จึงออกมาได้ความสุกที่พอดิบพอดีเยิ้มๆ ทั้งไข่ขาวและไข่แดงแบบที่เห็นนี่ละค่ะ เหมือนเป็น signature ของร้านนี้ไปแล้วกับการแจก uni กันอย่างจุใจในทุกเมนู จานนี้ก็มีไข่หอยเม่นด้านบน มีผักหลายชนิดให้ความสดชื่น มีดอกไม้หลากสีแต่งแต้มเพิ่มความสวยงามซึ่งแน่นอนว่าทานได้หมดทุกแบบ ที่ชอบสุดๆ คือการที่เชฟฝน Yuzu zest ลงด้านบนก่อนเสิร์ฟทำให้มีกลิ่นเปรี้ยวๆ หอมๆ ของ yuzu อบอวลทุกคำที่ทาน

อาหาร a la carte อีกจานที่ฮิตสุดๆ คือ SASHIMI PIZZA (340B) ที่สีสวยทานง่ายและอร่อยถูกใจทุกคนในโต๊ะแน่นอน ตัวแป้งนั้นบางกรอบ ด้านบนมีปลาดิบหลากชนิด รวมถึงไข่ปลาแซลมอนสีส้มสวย ไข่ปลาคาร์เบียร์เพิ่มความหรูและรสเค็มนิดๆ รวมไปถึงทีเด็ดที่คิดไม่ถึงว่าจะเข้ากันกับปลาดิบแต่เอาเข้าจริงก็เวิร์คอย่างไม่น่าเชื่อไม่ว่าจะเป็นการใช้ tabasco และ พริกเม็กซิกันฝานบางที่เพิ่มทั้งสีสันและรสเผ็ดจัดจ้านให้กับจานนี้

อีกจานที่มาร้านนี้แล้วไม่ควรพลาดคือ HITSUMABUSHI (1,350B) จานนี้เป็นข้าวหน้าปลาไหล 3 แบบ แบบแรกก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ทานข้าวกับปลาไหลแบบปกติเลย พอตักเข้าปาก รสชาติปลาไหลที่เข้มข้นกลมกล่อมก็จะซาบซ่านไปทั่วทุกอณูในปาก ตัวปลาไหลนุ่มจนเหลือเชื่อ สมแล้วที่ที่ร้านลงทุนนำปลาไหลมาย่างเอง เรียกว่าถ้าไม่มั่นใจในฝีมือจริงๆ ทำไม่ได้นะคะจานนี้ ตัวข้าวเองมีสีน้ำตาลมีรสชาติเข้มข้นในตัวเอง เข้ากันกับเนื้อปลาไหลย่างอย่างพอเหมาะพอเจาะ แค่นี้ก็อร่อยจะแย่แล้วแต่นี่ยังเป็นเพียงสเต็ปเบสิกเท่านั้นค่ะ แบบที่สองเราจะทานพร้อมกับเครื่องเคียง คือ ข้าวพองกรอบๆ แตงกวา วาซาบิ และต้นหอม ซึ่งก็จะเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบ ความเผ็ดหอมของวาซาบิ และกลิ่นต้นหอม ชูรสปลาไหลได้เป็นอย่างดี และสุดท้าย แบบที่สาม คือใส่เครื่องเคียงตามที่ว่า แล้วเติมน้ำซุปลงไป ซึ่งตัวน้ำซุปจะเป็นซุปชา หอมอ่อนๆ กลมกล่อม ทานกับข้าวหน้าปลาไหลรสเข้มข้นก็จะกลายเป็นข้าวต้มปลาไหลชั้นดีที่รสชาติซับซ้อนและมีมิติอย่างน่าทึ่ง จานนี้ถึงจะราคา 1,350 บาทสำหรับจานเดียวซึ่งดูว่าแพง แต่ถ้าเทียบกับรสชาติละมุนละไมและปลาไหลชิ้นโตที่ได้ ถือว่าคุ้มเลยทีเดียวค่ะ แฟนๆ ปลาไหลเห็นแล้วรีบไปนะคะ เหมาะกับการจงใจไปเพื่อทานจานนี้โดยเฉพาะ ส่วนใครที่ไปแล้วมีกำลังพลเพียงพอ (ทานคนเดียวน่าจะจุกเกิน) แนะนำมากๆ ให้ลองจานนี้ดูค่ะ

ปิดท้ายกันด้วยเมนูอาหารทานเล่นของชาวประมงหรือ BAKUDAN (620B) หลายท่านอาจเคยเห็นที่ร้านอื่นๆ กันมาบ้าง แต่คอนเสปท์อาหารทานเล่นของชาวประมงญี่ปุ่นนั้น แต่ละร้านก็ตีความต่างๆกันไป อย่างของที่นี่จะประกอบไปด้วยปลาหลายชนิดอย่าง toro, uni, ikura หั่นซอยเป็นลูกเต๋าจิ๋วๆ เพิ่มรสชาติหอมมันเค็มด้วย นัตโตะหรือถั่วหมักญี่ปุ่น หลายๆ คนเกร็งๆ กับ เจ้า nutto ที่ขนานนามกันเสียไม่น่าทานว่าถั่วเน่า ซึ่งใจจริงอยากจะแนะนำว่าอย่าเพิ่งกลัวกันไปก่อน เพราะถึงนัตโตะจะกลิ่นแรง แต่ก็ไม่ได้เป็นกลิ่นที่เหม็นอะไรอย่างที่นึกกลัว แถมพอทานกับวาซาบิดอง ปลาดิบ และ ไข่นกกะทา ก็กลมกลืนกันดี จานนี้วิธีทานจะต้องกวนจนปลาดิบชิ้นเล็กๆ ถั่วหมัก และ ไข่ ผสมกันจนเป็นเนื้อเดียวเหนียวหนืด จากนั้นป้ายลงบนสาหร่ายกรอบๆ โอ้โห อร่อยอย่าบอกใคร

จากนั้นก็มาต่อกันด้วย Omakase ของ Fillets กันบ้าง Omakase Course ของที่นี่สนนราคาอยู่ที่ 6,500B++ โดยจะมี 3 Amuse bouche + 3 Appetizers + 8 Nigiri sushi และปิดท้ายด้วย dessert of the day ค่ะ ราคาดูจะสูงอยู่สักหน่อย ว่าแล้วเรามาดูหน้าตาอาหารกันดีกว่า ว่าจะน่าทานสมราคาหรือไม่ ตามปกติแล้ว Omakase Course จะมีขั้นตอนแบบฉบับกันประมาณหนึ่งค่ะ ถ้าตามสูตรญี่ปุ่นแท้ๆ จะเริ่มด้วย อาหารเรียกน้ำย่อย ต่อด้วย ซาชิมิ จากนั้นจึงเป็นซูชิเรียงต่อกัน แล้วจึงปิดด้วย ซุป โรล และของหวาน บางที่อาจจะไม่มีอาหารเรียกน้ำย่อย หรือมีการแทรกปลาย่างระหว่างซาชิมิกับซูชิ แต่หลักๆ ก็ยังทานซูชิต่อกันรวดเดียวเป็นไฮไลท์ในช่วงกลาง แต่ของที่นี่เชฟแรนดี้บอกตั้งแต่ต้นเลยว่าเชฟจะสลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างซาชิมิและซูชิ เพื่อไม่ให้เบื่อ จะได้มีความแปลกใหม่ และได้สนุกสนานกับลูกเล่นของเชฟที่นำรสชาติที่ตัดกันสลับไปมาพาให้เพลิน โดยคอนเสปท์ของ Omakase นั้นเป็นการมอบการตัดสินใจทั้งหมดให้กับเชฟ ดังนั้นเราก็จะได้นั่งสบายๆ รอให้เชฟคัดเลือกของที่ดีที่สุด สดที่สุดตามฤดูกาลนั้นๆ มารังสรรค์เป็นเมนูชั้นยอดให้คุณได้ลิ้มลอง

วันนี้ เชฟมีมะเขือเทศสดลูกเล็กจากโครงการหลวงเข้ามาพอดี เชฟจึงนำมาทำเป็น complementary salad ให้เราชิมกัน โดยเชฟปรุงรสง่ายๆ ด้วยเกลือและน้ำมะนาวเหลือง (เลมอน) ออกมารสชาติสดชื่น เตรียม palate เราให้พร้อมกับอาหารคอร์สพิเศษที่ตั้งตาคอย จากนั้นเชฟก็เปิดคลังสมบัติให้เราดู วันนี้มีปลาสดหลากหลายชนิดเลยทีเดียว จานแรกของคอร์ส เชฟเลือก Matsukawa Karei ซึ่งเป็นปลาสายพันธุ์เดียวกับปลาตาเดียวมาทำเป็น sashimi เชฟบ่มปลานี้กับสาหร่ายคอมบุเป็นเวลาสามวัน ก่อนจะนำมาเสิร์ฟสองแบบด้วยกันคือชิ้นแรกให้ทานกับ Iri sake ที่ทำจากบ๊วยต้มกับสาเกอันเป็นสูตรโบราณที่ชาวญี่ปุ่นใช้ทานกับปลาดิบก่อนที่จะริเริ่มทานปลาดิบกับโชยุ กับแบบที่สองคือ ทานกับมะนาวและเกลือ ต่อมาก็เป็น Engawa หรือส่วนครีบของ Karei ให้ทานสองชิ้นกับซอสสองแบบเช่นกัน จากนั้นจึงเป็นคิวของ Chutoro ส่วนท้องของปลาทูน่าติดมันปานกลาง นุ่มกำลังพอเหมาะ ชิ้นนี้ทานกับวาซาบิและโชยุ ตามมาติดๆ ด้วยกุ้งโบตันตัวโตที่เชฟทำให้ทานได้ทุกส่วนตั้งแต่หัวจรดหาง เริ่มจาก sashimi ครึ่งตัวบนทานกับมะนาวและเกลือ ครึ่งตัวล่างทานกับโชยุ ส่วนหัวกุ้งนั้นอบเกลือมาดิบดี และส่วนปลายหางนั้นชุบแป้งทอดมาให้อย่างกรอบ ทานอย่างเดียวมีสี่รสเหมือนได้ทานสักสี่รายการ ตามมาด้วยเมนูอาหารทานเล่นของชาวประมง Mini Bakudan ที่ประกอบไปด้วยปลาหลายชนิดอย่าง toro, uni, ikura หั่นซอยเป็นลูกเต๋าจิ๋วๆ เพิ่มรสชาติหอมมันเค็มด้วย นัตโตะหรือถั่วหมักญี่ปุ่น จานนี้วิธีทานจะต้องกวนจนปลาดิบชิ้นเล็กๆ ถั่วหมัก และ ไข่ ผสมกันจนเป็นเนื้อเดียวเหนียวหนืด จากนั้นป้ายลงบนสาหร่ายกรอบๆ โอ้โห อร่อยอย่าบอกใคร

ถัดมาเป็น Kampachi Truffle จานนี้เป็นความลงตัวขั้นสุดยอด แสดงถึงฝีมืออันฉกาจฉกรรจ์ของเชฟในการรังสรรค์เมนูร่วมสมัย Kampachi รสสัมผัสเยี่ยม กลิ่นหอมของเห็ดทรัฟเฟิล รสของ Truffle egg sauce พร้อมกับคาเวียร์ ที่ระเบิดในปากพร้อมๆ กัน เจอคำนี้เข้าไปนี่คือโลกหยุดหมุนกันเลยทีเดียว ด้านบนที่เห็นสีเหลืองอร่ามคือไข่ปลาตากแห้งที่เชฟฝนมาโรยไว้ด้านบน สูตรลับของ Truffle egg sauce นั้นเชฟเล่าว่าทำจากไข่นกกะทา โชยุ และ ทรัฟเฟิ้ล ตอนแรกที่เชฟเสิร์ฟ ตกใจกับขนาดของทรัฟเฟิ้ลเล็กๆ คือเคยสังเกตมาหลายครั้งถ้าร้านไหนฝนทรัฟเฟิ้ลให้ชิ้นใหญ่ขนาดในรูปมักจะเป็นแบบที่ไม่หอมมาก ก็ของมันแพงถ้ายิ่งแพงมากดีมากหอมมาก เชฟมักจะให้น้อยๆ แต่ทรัฟเฟิลของเชฟแรนดี้ที่ใจป้ำให้มาชิ้นเบ้อเริ่มนั้นหอมอบอวล กลิ่นฟุ้งกระจายทั่วปากและพุ่งขึ้นจมูกอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างในคำคำนี้กระตุ้นประสาทสัมผัสมากจนแยกแยะแทบไม่ถูก ให้คะแนนเต็มไปเลยกับจานนี้ เป็นสุดยอดเมนูทรัฟเฟิ้ลที่ต้องยกให้เค้าจริงๆ ฟินกับทรัฟเฟิลไม่ทันไร คำใหม่ก็มาให้ลอง เชฟจัดคำต่อมาเป็น Kotoro ซึ่งเป็นเอ็นส่วนหลังของปลาทูน่า คำนี้ก็ชอบ เพราะนุ่มอร่อยแต่ก็มีรสสัมผัสที่แตกต่างกับส่วนอื่นๆ ของทูน่า ได้ทานซูชิชิ้นแรกเราก็ต้องหลับตาวิเคราะห์ข้าวซูชิของที่นี่กันหน่อย ข้าวซูชิของที่นี่ใช้ข้าว Koshihikari จากจังหวัด Niigata เชฟแรนดี้ผสมข้าวใหม่กับข้าวเก่าและใช้น้ำส้มสายชูแดง รสชาติออกมากลมๆ กำลังพอดี ที่นี่ปั้นข้าวค่อนข้างหลวมค่ะ แนะนำให้ใช้มือทานได้เลย เพราะทางร้านเองก็มีผ้าเช็ดนิ้วอะไรเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ ตัวเองพลาดไปเพราะคำแรกลองใช้ตะเกียบคีบ ปรากฏว่าข้าวแตก ร้อนถึงคุณเชฟต้องหยิบปลาออกไปปั้นให้ใหม่ อ๊ายอาย แต่ใช้มือหยิบแล้วทานก็จะได้รสสัมผัสและการกระจายตัวที่กำลังพอเหมาะค่ะ คำต่อมาเป็น Kohada สีเงินวาววับ ปลาจำพวกนี้มักจะใช้การดอง ซึ่งฝีมือและลักษณะการดองของเชฟแต่ละท่านก็จะแตกต่างกันไป ที่นี่ดองได้อมเปรี้ยวกำลังดี ไม่เปรี้ยวจัดหรือเค็มนำ ชอบมากทีเดียว จานถัดมาเชฟสลับมาให้ทานไข่หอยเม่นกันบ้าง ไข่หอยเม่นของที่นี่ก็มี 4-5 พันธุ์ที่แตกต่างกัน แถมมี Uni Tasting ให้สั่งได้ด้วยสำหรับคนที่อยากหัดชิมและแยกแยะรสชาติ จานนี้เชฟเสิร์ฟมาในน้ำซุป dashi ทำให้ตัวไข่หอยเม่นเองมีกลิ่นออก smoky นิดๆ ไข่หอยเม่นจานนี้เป็น Nama Uni ซึ่งเป็นพันธุ์ Bafun Uni จากฮอกไกโด แต่จะคัดพิเศษเฉพาะตัวเมีย รสหวานมันเนื้อนุ่มเนียน ต่อมาด้วย Shima Aji ที่สดสุดๆ และ Hotate หอยเชลล์ชิ้นโต๊โต ที่คุณเชฟห่อสาหร่ายกรอบๆ ส่งให้ถึงมือ

และแล้วก็มาถึงอีกจานที่โชว์พลังสร้างสรรค์ของคุณเชฟอย่างเต็มเปี่ยม คือจาน Smoked Oyster รสคลีนๆ บวกกลิ่นทะเลเล็กๆ ของ Oyster เจอกันกับกลิ่นรมควันด้วยไม้แอบเปิ้ลเข้าไป มันเข้ากันอย่างคาดไม่ถึงจริงๆ เห็นเชฟเล่าว่าที่ร้านมีเมนูหอยเมนูปลารมควันอยู่หลายชนิดเลยเหมือนกัน ท่าทางคราวหน้าจะต้องมาลองชิม กลับมาสู่เมนูซูชิกันต่อ เชฟเปิดด้วยทูน่าเนื้อแดงแช่นในโชยุหรือ Zuke ต่อด้วยจ้าวแห่งซูชิคือ Otoro ส่วนท้องของทูน่าที่แทรกลายมัน นุ่มละลายในปาก ถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ ตามมาด้วย Sanma ที่ลื่นและนุ่มสุดๆ ไม่เหมือน Sanma ของที่อื่นๆ ไม่รู้เชฟมีเคล็ดลับในการหมักอย่างไร ฟินยิงยาวต่อเนื่องมาขนาดนี้ เชฟก็ยังหาของดีมาเพิ่มดีกรีความฟินต่อได้อีก กับสุดยอดไข่หอยเม่นขั้นเทพคือ Hadate ที่มาจากหอยเม่นพันธุ์ Murasaki ตัวเมีย เนื้อเนียนนุ่มแบบสุดจะบรรยาย Hadate Uni นั้นผลิตวันละ 20 กล่องเท่านั้น ร้านซูชิทั้งโลกต้องแย่งกัน แต่ที่นี่ก็ช่วงชิงกับเขามาได้อย่างน่าทึ่ง ได้ทานไข่หอยเม่นร้านนี้แล้วแทบจะถอยลงไปกินไข่หอยเม่นร้านอื่นๆ ไม่ได้ไปพักใหญ่ มันที่สุดของที่สุดจริงๆ ค่ะ เริ่มอิ่มกันแล้วแต่คุณเชฟก็ยังมีปลาย่างเนื้อนิ่มกลิ่นหอมกรุ่นมายั่วใจ ก่อนที่จะปิดท้ายด้วย Castera Tamago อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่ง signature ของร้าน fillets ที่ไม่มีใครทำได้เสมอเหมือน ไข่หวานออกหวานนิดๆ เรียกว่าหวานกว่าที่อื่นชัดเจน (เพราะที่อื่นมักทำออกแนว savory) แต่ไม่ได้หวานเกินจนเลี่ยน ที่สำคัญเนื้อเบานุ่มฟูสุดๆ จนบอกไม่ถูก คือนุ่มกว่า marshmallow เสียอีก เชฟเล่าว่าต้องตีไข่ขาวด้วยมืออยู่ถึงสองชั่วโมงกว่าจะได้ออกมา light & airy ขนาดนี้ ถือว่าสองชั่วโมงของเชฟคุ้มค่าเพราะออกมาเยี่ยมยอดจริงๆ

ปกติในชุดจะมีของหวานแต่เราซึ่งปลาบปลื้มกับไข่หวานสุดๆ เลยขอปิดท้ายไว้แค่นี้ เห็นจากการบรรยายทั้งหมดทั้งปวงแล้ว คงไม่ต้องย้ำกันอีกว่า Omakase ของที่นี่ทำออกมาได้ดีน่าสนใจและอร่อยล้ำเพียงใด นอกจากราคาที่สูงแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะนำมาติติง และตัวราคาเองเมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้ส่วนตัวก็ยังถือว่าคุ้มค่า ยังไงก็เป็นอีกร้านซึ่งเชื่อว่าขาซูชิแนว Omakase ตัวจริงคงไม่พลาดกัน และใครที่เริ่มเข้าสู่วงการก็อาจจะอยากมาลองจากชุดซูชิ 9 ชิ้น หรือเมนูอื่นๆ ก่อนก็ยังได้ แต่สรุปให้เลยว่าอาหารที่นี่ดีสุดยอดควรค่าแก่การมาลองชิมจริงๆ ค่ะ

สรุปว่า Fillets นั้นเต็มไปด้วยเมนูสร้างสรรค์น่าค้นหามากมาย นอกจากที่เราได้รีวิวไปก็ยังมีอีกหลายจานที่อ่านชื่อแล้วก็ต้องบอกตัวเองว่า ยังไงๆ ก็ต้องกลับมาลองชิมให้ได้ ถึงราคาจะดูแรงไม่ธรรมดาแต่เทียบกับความประทับใจที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ แถมดริงค์อร่อยจริงสมคำร่ำลือ ขนาดตัวเองเป็นคนไม่ค่อยทานแอลกอฮอล์ยังติดใจเครื่องดื่มของที่นี่เลยค่ะ คนชอบค็อกเทลต้องยิ่งฟินแน่ๆ อย่างไรก็ลองแวะไปชิมกันดูนะคะ เชื่อว่าจะเป็นอีกที่ที่ทำให้คุณอยากกลับไปทานอีกเรื่อยๆ ค่ะ

Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview
Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview Fillets The Portico Langsuan Preview