Chunji Roast Goose Guilin
อีกหนึ่งร้านที่มาถึงกุ้ยหลินแล้วต้องมาลองคือร้านห่านย่างชุนจี่ค่ะ ร้านนี้มีห่านย่างสูตรพิเศษที่สืบทอดกันมายาวนาน และปิดเป็นตำรับลับไว้จนถึงปัจจุบัน
ถึงทริปนี้เราจะเดินทางมากับทีมงานรายการ “รอบจานรอบโลก” ที่พาเราบุกครัวเข้าไปชมสูตรเด็ดวิธีการทำเมนูอร่อยกันมาหลายต่อหลายร้าน แต่ร้านนี้ถือเป็นข้อยกเว้นเพราะแม้มากับทีมงานเราก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาสูตรเด็ดในครัวค่ะ
แต่อย่างน้อยเราก็โชคดีก็มีโอกาสได้ชิมห่างย่างเลื่องชื่อ ร้านนี้เปิดมาได้ 16 ปีแล้ว ไกด์เล่าว่าร้านนี้ดังขนาดที่ว่ามีเป็นสิบสาขาก็ยังโต๊ะเต็มทุกที่นั่งทุกมื้อทุกวัน วันที่เราไปส่วนชั้นสองของร้านที่เป็นบริเวณกว้างถูกใช้ในการจัดเลี้ยงงานแต่งงานค่ะ โชคดีที่เราจองห้องส่วนตัวเอาไว้เลยได้ทานอย่างไม่มีปัญหา
แน่นอนว่ามาถึงเราก็ต้องสั่งห่านย่าง แม้จะจองไว้ล่วงหน้าแต่ทว่าทางร้านจัดมาให้ทานได้เพียงครึ่งตัว งานนี้ก็เลยต้องมีการแย่งชิงห่านเกิดขึ้นเล็กน้อย จนไม่รู้มีคนยกเลิกหรือโชคดีประการใดจึงได้โควต้ามาอีกครึ่งตัวตอนหลัง ห่านที่นี่เป็นห่านที่หากินในธรรมชาติ อายุ 80 วันขึ้นไปเพื่อให้สะสมไขมันได้ประมาณหนึ่ง การย่างใช้หม้อเหล็กแบบโบราณ สุมไฟด้านล่างเรื่อยๆ เพื่อให้ร้อนระอุ เมื่อย่างจนได้ที่ดีแล้วก็จะหั่นแล้วราดน้ำซอสตำรับเด็ดรสเข้มข้นตามไปทันทีจนซอสซึมซาบเข้าไปในเนื้อ ได้ออกมาหนังกรอบเนื้อแน่น นุ่ม และยังฉ่ำอยู่ ไม่แห้งทั้งๆ ที่โดนไฟแรง รสชาติก็เข้มข้น ที่สำคัญไม่มันจนเกินไป ไม่เหมือนสูตรห่านย่างของอีกหลายที่ที่มันย่องจนเลี่ยน ของที่นี่ชิมแล้วอร่อยเด็ดสมคำร่ำลือ สำหรับใครที่อยากฟังคำบรรยายที่เจาะลึกกว่านี้ รอฟังอาหนิง นิรุตติ์เล่าเองได้ในรายการรอบจานรอบโลกได้นะคะ
นอกจากเมนูห่านที่หมายตาไว้เราก็ยังได้ชิมอีกหลายรายการด้วยกัน ตั้งแต่ ไส้กรอกตับห่านที่ทำออกมาแล้วหั่นเป็นแว่นๆเหมือนกับกุนเชียง มีแบบที่เอาตับมาห่อไข่แดงด้วย รสชาติเค็มๆ มันๆ เข้ากันดี มีเห็ดกระดุมชุบแป้งไข่เค็มทอด ความมันเค็มของไข่เค็มทำให้อร่อยกว่าเห็ดชุบแป้งทอดทั่วๆ ไป ที่ชอบอีกอย่างคือผักบุ้งทรงเครื่องที่สับเป็นแว่นเล็กแล้วมีขนมปังแป้งเนื้อคล้ายๆ ซาลาเปามาให้ห่อทานเป็นชิ้นแบบถือทานได้พอดีๆ กุ้งผัดพริกกระเทียมก็รสจัดจ้าน จานปลาก็ทำมาได้นิ่มอร่อยไม่เหม็นคาว มีผัดผักพื้นบ้านที่คล้ายๆ ใบปอโรยมาด้วยกุ้งฝอยผัดพริก ทานแล้วเข้ากันดี มีเห็ดหูหนูผัดเยื่อไผ่ จานนี้ค่อนข้างจืด มาเป็นเซ็ทอาหารสุขภาพกับ ผัดก้านผักกับกระเทียม และแกงจืดตำลึง ที่รสอ่อนๆ กันหมด ปิดท้ายด้วยสองจานไก่ ไก่ตอนแช่เหล้า เนื้อนุ่มและไก่ทอดที่ทำมาได้กรอบนอกนุ่มใน มาถึงที่นี่ยังไงพระเอกหลักก็คงเป็นห่านย่างอย่างปฏิเสธไม่ได้ ส่วนเมนูที่เหลือถือว่าได้เป็นของแถม แต่ละจานรสชาติดีเป็นที่พอใจทั้งสิ้น จึงต้องกลับมาแนะนำให้ตามรอยไปทานกันถ้ามีโอกาสค่ะ
ที่ตั้ง: Guilin, China Website : Chunji Roast Goose Guilin |
ถึงทริปนี้เราจะเดินทางมากับทีมงานรายการ “รอบจานรอบโลก” ที่พาเราบุกครัวเข้าไปชมสูตรเด็ดวิธีการทำเมนูอร่อยกันมาหลายต่อหลายร้าน แต่ร้านนี้ถือเป็นข้อยกเว้นเพราะแม้มากับทีมงานเราก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปศึกษาสูตรเด็ดในครัวค่ะ
แต่อย่างน้อยเราก็โชคดีก็มีโอกาสได้ชิมห่างย่างเลื่องชื่อ ร้านนี้เปิดมาได้ 16 ปีแล้ว ไกด์เล่าว่าร้านนี้ดังขนาดที่ว่ามีเป็นสิบสาขาก็ยังโต๊ะเต็มทุกที่นั่งทุกมื้อทุกวัน วันที่เราไปส่วนชั้นสองของร้านที่เป็นบริเวณกว้างถูกใช้ในการจัดเลี้ยงงานแต่งงานค่ะ โชคดีที่เราจองห้องส่วนตัวเอาไว้เลยได้ทานอย่างไม่มีปัญหา
แน่นอนว่ามาถึงเราก็ต้องสั่งห่านย่าง แม้จะจองไว้ล่วงหน้าแต่ทว่าทางร้านจัดมาให้ทานได้เพียงครึ่งตัว งานนี้ก็เลยต้องมีการแย่งชิงห่านเกิดขึ้นเล็กน้อย จนไม่รู้มีคนยกเลิกหรือโชคดีประการใดจึงได้โควต้ามาอีกครึ่งตัวตอนหลัง ห่านที่นี่เป็นห่านที่หากินในธรรมชาติ อายุ 80 วันขึ้นไปเพื่อให้สะสมไขมันได้ประมาณหนึ่ง การย่างใช้หม้อเหล็กแบบโบราณ สุมไฟด้านล่างเรื่อยๆ เพื่อให้ร้อนระอุ เมื่อย่างจนได้ที่ดีแล้วก็จะหั่นแล้วราดน้ำซอสตำรับเด็ดรสเข้มข้นตามไปทันทีจนซอสซึมซาบเข้าไปในเนื้อ ได้ออกมาหนังกรอบเนื้อแน่น นุ่ม และยังฉ่ำอยู่ ไม่แห้งทั้งๆ ที่โดนไฟแรง รสชาติก็เข้มข้น ที่สำคัญไม่มันจนเกินไป ไม่เหมือนสูตรห่านย่างของอีกหลายที่ที่มันย่องจนเลี่ยน ของที่นี่ชิมแล้วอร่อยเด็ดสมคำร่ำลือ สำหรับใครที่อยากฟังคำบรรยายที่เจาะลึกกว่านี้ รอฟังอาหนิง นิรุตติ์เล่าเองได้ในรายการรอบจานรอบโลกได้นะคะ
นอกจากเมนูห่านที่หมายตาไว้เราก็ยังได้ชิมอีกหลายรายการด้วยกัน ตั้งแต่ ไส้กรอกตับห่านที่ทำออกมาแล้วหั่นเป็นแว่นๆเหมือนกับกุนเชียง มีแบบที่เอาตับมาห่อไข่แดงด้วย รสชาติเค็มๆ มันๆ เข้ากันดี มีเห็ดกระดุมชุบแป้งไข่เค็มทอด ความมันเค็มของไข่เค็มทำให้อร่อยกว่าเห็ดชุบแป้งทอดทั่วๆ ไป ที่ชอบอีกอย่างคือผักบุ้งทรงเครื่องที่สับเป็นแว่นเล็กแล้วมีขนมปังแป้งเนื้อคล้ายๆ ซาลาเปามาให้ห่อทานเป็นชิ้นแบบถือทานได้พอดีๆ กุ้งผัดพริกกระเทียมก็รสจัดจ้าน จานปลาก็ทำมาได้นิ่มอร่อยไม่เหม็นคาว มีผัดผักพื้นบ้านที่คล้ายๆ ใบปอโรยมาด้วยกุ้งฝอยผัดพริก ทานแล้วเข้ากันดี มีเห็ดหูหนูผัดเยื่อไผ่ จานนี้ค่อนข้างจืด มาเป็นเซ็ทอาหารสุขภาพกับ ผัดก้านผักกับกระเทียม และแกงจืดตำลึง ที่รสอ่อนๆ กันหมด ปิดท้ายด้วยสองจานไก่ ไก่ตอนแช่เหล้า เนื้อนุ่มและไก่ทอดที่ทำมาได้กรอบนอกนุ่มใน มาถึงที่นี่ยังไงพระเอกหลักก็คงเป็นห่านย่างอย่างปฏิเสธไม่ได้ ส่วนเมนูที่เหลือถือว่าได้เป็นของแถม แต่ละจานรสชาติดีเป็นที่พอใจทั้งสิ้น จึงต้องกลับมาแนะนำให้ตามรอยไปทานกันถ้ามีโอกาสค่ะ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
- 366 reads